วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

4th assignment แฟ้มสะสมงานที่ทำแต่ละสัปดาห์

ให้นักศึกษาสะสมงานที่ทำแต่ละสัปดาห์ 


สัปดาห์ที่ 1
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
   จากการที่เริ่มเรียนในสัปดาห์แรกนั้นได้มีการฝึกออกเสียงคำต่างๆและอาจารย์ได้แจกแจงงานกลุ่มให้ทำโดยมีงานดังนี้
      -หาคำศัพท์ตั้งแต่ a-z ให้มากที่สุดเท่าที่จะคิดได้ด้วยตนเอง
      -ร้องเพลงภาษาอังกฤษเป็นกลุ่ม
      -  แบ่งกลุ่มทำสื่อ
2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
     ได้ทักษะในการคิดหาคำศัพท์ที่สามารถจะจำได้ ฝึกร้องเพลงภาษาอังกฤษฝึกออกเสียงออกสำเนียงต่างๆจากเนื้อเพลงและได้ลงมือระบายสีคิดค้นทำสื่อให้น่าสนใจเพื่อฝึกทักษะและความสามารถตนเองมีความสนุกและคื่นเต้นมากในการทำกิจกรรม


3. ภาพ/วิดีโอประกอบ


ร้องเพลงภาษาอังกฤษ
หาคำศัพท์
กิจกรรมทำสื่อ




4. สรุป เสนอแนะ
จากการเรียนวันแรกสิ่งที่ได้นับว่าเป็นการปูพื้นฐานก่อนเริ่มเรียนและเหมือนเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเริ่มเรียนเป็นอย่างดีการร้องเพลงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กปฐมวัยเพราะเป็นวัยที่ต้องการความสนุกสนานการฝึกทักษะภาษาให้กับเด็กถือเป็นสิ่งที่สำคัญ



สัปดาห์ที่ 2
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
    สร้างบล็อกสำหรับวิชาภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัยและเรียนเกี่ยวกับการฝึกการออกเสียงแบบPhonetic รวมถึงการเขียนชื่อ นามสกุล และชื่อเล่นตนเองเป็นแบบ Phonetic
2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
 ได้ฝึกการออกเสียงแบบPhonetic การเทียบคำต่างๆได้เขียนชื่อตนเองเป็นแบบPhonetic และรู้ความสำคัญของการใช้ภาษาให้ถูกต้อง
3. ภาพ/วิดีโอประกอบ
                       เขียนชื่อตนเองเป็นแบบPhonetic
4. สรุป เสนอแนะ
    จากที่เรียนในสัปดาห์ที่สองการออกเสียงให้ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะถ้าไปสอนเด็กเด็กจะเลียนแบบพฤติกรรมจากครูถ้าครูผู้สอนออกเสียงได้ถูกต้องเด็กก็ออกเสียงได้ถูกต้อง

สัปดาห์ที่  3
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
     ในสัปดาห์นี้ได้เรียนการออกแบบห้องต่างๆภายในบ้านโดยมีการบรรยายจากวิทยากรที่มาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้มาสาธิตวิธีการออกแบบห้องต่างๆและก็ได้ลงมือปฏิบัติเองเป็นกลุ่มโดยได้ทำเป็นห้องครัวและฝึกออกเสียงคำศัพท์ต่างๆภายในห้อง
2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้

     ได้รู้ถึงการออกแบบในแต่ละห้องการวัดขนาดโมเดลที่สร้างขึ้นจะต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ การออกแบบเฟอนิเจอร์ที่เหมาะสมการเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆภายในบ้านที่จะสามารถนำไปใช้สอนเด็กปฐมวัย

3. ภาพ/วิดีโอประกอบ
    
การออกแบบห้องต่างๆภายในบ้าน

                             วิทยากรจากคณะสถาปัตย์
                              สาธิตการออกแบบห้องต่างๆ




                       ออกแบบห้องที่ได้รับมอบหมาย คือห้องครัว

4. สรุป เสนอแนะ


     กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่มีความสนุกสนานและตื่นเต้นมากเป็นการปฏิบัติด้วยกันเป็นกลุ่มได้รับความรู้มากมายหลากหลายแตกต่างจากสัปดาห์อื่นๆที่เรียนมาเพราะว่าเป็นสัปดาห์ที่มีวิทยากรพิเศษมาร่วมบรรยายและสาธิตการทำห้องต่างๆด้วยในกิจกรรมครั้งนี้เพิ่มพูนประสบการณ์และทักษะในอีกด้านค่ะ

สัปดาห์ที่ 4

1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
    1. Present about a room in the house
     2. Grouping the words from the given document.
     3. Practice how to pronounce the words and sentences.

    ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่สาม สัปดาห์นี้อาจารย์ให้นำเสนอห้องที่กลุ่มเราได้ออกแบบโดยนำเสนอว่าอุปกรณ์ชิ้นใดอยู่ตำแหน่งใดโดยระบุให้ชัดเจนให้พูดทีละคนห้ามซ้ำกันและอัดวีดีโอส่งอาจารย์ด้วย

2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้

    ได้ทราบถึงคำศัพท์ใหม่ๆในห้องครัว การพูดบอกตำแหน่งที่ตั้งต่างๆที่อุปกรณ์วางอยู่ เช่น จานอยู่ใกล้อ่างล้างจาน มีดอยู่ระหว่างแก้ว ตู้เย็นอยู่ตรงข้ามถังขยะ เป็นต้น

3. ภาพ/วิดีโอประกอบ



                                   การนำเสนอห้องครัว

4. สรุป เสนอแนะ
     กิจจกรรมสัปดาห์นี้สนุกสนานและได้ความรู้มากมาย จากการพูดและคำศัพท์ต่างๆ การบอกตำแหน่งของสิ่งของ การเรียนรู้ที่จะไปสอนเด็กอนุบาล ความสามัคคีและการทำงานเป็นกลุ่ม

สัปดาห์ที่ 5
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
      1. parts of speech
    2. kinds of the sentences


      เนื่องจากสัปดาห์นี้อาจารย์มอบหมายงาน สองอย่างคือแต่งประโยคภาษาอังกฤษสามแบบ บอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม อย่างละ 10 ประโยค และทำสื่อเลือกมาสี่หมวด หมวดดอกไม้ หมวดผลไม้ หมวดอาหาร หมวดเสื้อผ้า และหมวดยานพาหนะ เป็นต้น

2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
     ทักษะที่ได้คือการฝึกแต่งประโยคสามแบบเป็นการฝึกเบื้องต้นเพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตได้ 
3. ภาพ/วิดีโอประกอบ



4. สรุป เสนอแนะ

     สัปดาห์นี้มีทักษะหลายอย่างที่ได้จากการเรียนในห้องและการทำกิจกรรมต่างๆตามที่อาจารย์มอบหมายสนุกในการสร้างสรรค์สื่อใหม่ๆให้ออกมาอย่างสวยงามและดีที่สุด

สัปดาห์ที่ 6
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
    1. Individual Quiz : writing
     2. Pair Quiz : Reading and pronunciation (from the uploaded document - not in a class)
     3. Grammar : there is/there are , wh- questions , prepositions and pronouns.


สัปดาห์นี้ได้เรียนออกเสียงและ ไวยากรณ์ คำบุพบท และสรรพนาม เรียนการใช้  there is/there are , wh- questions และออกแบบข้อสอบให้กับเด็กปฐมวัยตามใบงานที่อาจารย์มอบหมายให้
2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
    มีทักษะในการใช้ there is/there are , wh- questions มากเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะนำไปใช้ในการสอนเด็กการถาม ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน และเมื่อไหร่ การใช้คำบุพบทให้ถูกต้อง และฝึกตั้งคำถาม และการออกแบบข้อสอบให้กับเด็กปฐมวัยด้วยคำสั่งง่ายๆ
3. ภาพ/วิดีโอประกอบ





4. สรุป เสนอแนะ

    สำหรับสัปดาห์นี้เรียนรู้การใช้ there is/there are , wh- questions คำบุพบท เพื่อที่สามารถจะนำไปใช้กับประโยคง่ายๆ การออกแบบข้อสอบที่ง่ายและถูกต้องกับเด็กอนุบาลในอนาคต

สัปดาห์ที่ 7
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
    สัปดาห์นี้เรียนที่ห้องคอมสอบการออกแบบข้อสอบตามคำสั่งที่อาจารย์ได้มอบหมายให้
   
2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
        ได้รับทักษะและความรู้ในเรื่องของการออกแบบข้อสอบให้กับเด็กอนุบาลที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
3. ภาพ/วิดีโอประกอบ





4. สรุป เสนอแนะ
    สำหรับสัปดาห์นี้ได้สอบการออกแบบข้อสอบให้กับเด็กปฐมวัยได้ทักษะในการออกแบบที่หลากหลายและสามารถนำไปใช้ได้จริง ในอนาคต


สัปดาห์ที่ 8
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
    1. การใช้ this that these those
    2. 5 patterns of the sentence
    3. แต่งเรื่องจากภาพ งานกลุ่ม 


    สัปดาห์นี้อาจารย์มอบหมายงานกลุ่มให้ทำด้วยการแต่งนิทานสี่ช่องตามคำสั่งอาจารย์และคำที่อาจารย์กำหนด แล้วระบายสีให้สวยงาม
2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
       ได้ทักษะการแต่งนินาน และทั้งยังเป็นนิทานสี่ช่องที่ง่ายต่อการทำและการเล่าให้เด็กอนุบาลฟัง 
3. ภาพ/วิดีโอประกอบ


4. สรุป เสนอแนะ
    งานสัปดาห์นี้ได้ทำงานเป็นกลุ่มได้ช่วยกันออกแบบการทำงานเป็นทีมได้รับความรู้มากมาย ในการออกแบบการทำนิทาน และการสร้างสรรค์สื่อให้กับเด็กอนุบาล

สัปดาห์ที่ 9
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
    สอบอ่าน และเล่าเรื่อง (นิทาน 4 ช่อง) ด้วยการจับฉลาก สัปดาห์นี้อาจารย์ให้สอบอ่าน คำศัพท์เป็นรายบุคคล และเรียนประโยคที่ใช้สนทนากับผู้เรียน พร้อมเขียนชื่อตนเองเป็น  uppercase letter formation prompt Lowercase letter formation prompt

2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
      ได้ฝึกทักษะการออกเสียง และการอ่านนิทานอย่างไรให้น่าฟังและสร้างความน่าสนใจให้กับเด็ก

3. ภาพ/วิดีโอประกอบ

    การเขียนชื่อจริง

                                         การเขียนชื่อเล่น

4. สรุป เสนอแนะ
    สัปดาห์นี้ ทั้งสอนและมีการสอบในห้องทำให้บางคนก็สอบไม่ทันจึงต้องหาเวลาไปสอบเอง อยากให้มีการจำกัดเวลาเพื่อไม่ให้คนอื่นๆเสียโอกาสในการสอบในห้องค่ะ

สัปดาห์ที่ 10
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
     สัปดาห์นี้เรียนการใช้ past tenses : simple and continuous.
และอาจารย์มอบหมายงานให้แต่งนิทานโดยใช้พาวเวอร์พอยด์ 4 สไลด์ โดยใช้past tenses : simple and continuous.ทั้งหมดในเรื่อง 

2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
 ได้รับทักษะการใช้ past tenses : simple and continuous.เพิ่มมากขึ้นจากที่มีน้อย เทคนิคการแต่งนิทาน การออกแบบสไลด์โชว์ให้สวยงามน่าสนใจทำภาพเคลื่อนไหวให้นิทานน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

3. ภาพ/วิดีโอประกอบ






4. สรุป เสนอแนะ
       สัปดาห์นี้กิจกรรมสนุกและน่าตื่นเต้นแต่การทำในพาวเวอร์พอยด์อาจใช้เวลานานทำให้บริหารเวลาไม่ได้ และบางคนแต่งไม่เสร็จในชั่วโมงอาจต้องทำนอกเวลาเรียน

สัปดาห์ที่ 11
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
     1. Review grammar for classroom
     2. เทคนิคการสอนภาษาต่างประเทศ

ในสัปดาห์นี้อาจารย์ให้ออกมานำเสนอเพลงหน้าชั้นเรียน พร้อมกับถามตอบเกี่ยวกับเพลงของกลุ่มตนเองตามที่อาจารย์ถาม

2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
     ได้รับทักษะและเทคนิคการสอนภาษาต่างประเทศ การกล่าวทักทายก่อนเริ่มเรียน การบอกข้อมูล การใช้คำสั่งในการทำกิจกรรมและเทคนิคต่างๆอีกมากมาย

3. ภาพ/วิดีโอประกอบ

4. สรุป เสนอแนะ
      ในสัปดาห์นี้ได้รับความรู้และทักษะมากมายจากผู้สอนทั้งเทคนิคและวิธีการสอนที่จะช่วยให้เราได้นำไปใช้จริง และจัดกิจกรรมจริงเพื่อฝึกทักษะที่จะทำไปใช้ในอนาคตได้

สัปดาห์ที่ 12
 1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
     สัปดาห์นี้ได้รับเกียรติฟังการบรรยายจากท่านอาจารย์ ดร.อำนาจ อยู่คำอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา เรื่องรูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับเด้กปฐมวัย และการสอนภาษาต่างประเทศ

 2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
     ได้รับฟังประสบการณ์ที่น่าสนใจอย่างมากจากวิทยากรผู้มีความรู้อย่างหลากหลายและเทคนิคการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละคน เรียนตามความพร้อม ไม่ควรยัดเยียดความรู้ให้เด็กให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงและตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพิ้นฐานและควรส่งเสริมในสิ่งที่เด็กอยากเป็น

3. ภาพ/วิดีโอประกอบ
หัวหน้าห้องกล่าวต้อนรับวิทยากร

รับฟังการบรรยาย

วิทยากรบรรยายตามหัวข้อ

กล่าวขอบคุณ


4. สรุป เสนอแนะ
       เป็นสัปดาห์ที่สนุกและน่าตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะวิทยากรที่มาบรรยายในครั้งนี้ท่านมีความรู้และประสบการณ์มากมายที่มาถ่ายทอดให้ฟังได้รับทั้งเทคนิดดีๆและสิ่งที่ไม่เคยได้รู้มาก่อนได้รับรู้ในวันนี้ถือเป็นเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

สัปดาห์ที่ 13
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
     สัปดาห์นี้อาจารย์ได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโลโลยีสารสนเทศมาให้ความรู้ในการทำสื่อการสอนที่สามารถไปสอนเด็กได้ การทำพาวเวอร์พอยด์การโหลดเสียงจากอินเทอร์เน็ตและการใส่เสียงในพาวเวอร์พอยค์

2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้

     ได้ทักษะความรู้มากมายในการทำสื่อการสอนที่แปลกใหม่น่าสนใจมากกว่าเดิม การใส่เอฟเฟคในพาวเวอร์พอยด์ที่ไม่เคยใส่มาก่อนอาจารย์ที่ให้ความรู้สนุกสนานเป็นกันเองมากเรียนรู้ทริคดีๆมากมายจากท่าน

3. ภาพ/วิดีโอประกอบ




เตรียมพร้อมกับการสอน

 เตรียมภาพในการทำสื่อ



                                  สื่อการสอน เกมคำศัพท์ผลไม้
4. สรุป เสนอแนะ

       
       สัปดาห์นี้สนุกสนานมากกับการได้ทำสื่อการสอนใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาก ได้รับเทคนิคความรู้มากมายในการทำสื่อให้น่าสนใจ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในอนาคตได้

สัปดาห์ที่ 14

1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
       สัปดาห์นี้วิทยากรมาให้ความรู้เกี่ยวกับการทำ สื่อในการสอนแบบใหม่ ลำดับแรกต้องดาวน์โหลด Hp reveal เพื่อที่จะใช้ในการทำสื่อ และอาจารย์บอกแนวข้อสอบ

2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้

       ความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมนี้สามารถทำสื่อที่สนุกสนานมาใหช้ในหารสอนในอนาคตสามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์
3. ภาพ/วิดีโอประกอบ


ลองใช้พื้นหลังจากอินเทอร์เน็ต
อาจารย์อธิบายวิธีและขั้นตอนการทำ
วาดภาพที่กระดาษและใช้แอปพลิเคชั่น 


4. สรุป เสนอแนะ

   สัปดาห์นี้ได้รับความรู้และทักษะมากมายจากการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และสามารถต่อยอดได้ในอนาคต

3rd assignment

งานในเนื้อหานี้ ให้นักศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับ
1. เทคนิคในการจัดกิจกรรมโดยใช้ภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
     
ประสบการณ์สำคัญด้านการใช้ภาษา เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้าน สติปัญญา ซึ่งสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้ภาษา ดังนี้
1.1 การฟัง 
1.2 การพูด
                   1.3 การอ่าน
                   1.4 การเขียน

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
        การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยควรจัดให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการพัฒนาเด็กปฐมวัย (DAP) ไม่ควรเป็นการสอนทักษะทางภาษาอย่างเป็นทางการ แต่ควรเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความท้าทายให้เด็กเกิดความต้องการที่จะร่วมกิจกรรม และสามารถประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรมด้วยตนเอง หรือมีผู้ใหญ่คอยชี้แนะ เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับระดับพัฒนาการทางภาษาของเด็ก และช่วยให้เด็กก้าวไปสู่พัฒนาการทางภาษาในขั้นต่อไป ครูควรจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อความแตกต่างกันของเด็ก ตัวอย่างการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย มีดังต่อไปนี้

1. การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ (Morning Message)
        เป็นกิจกรรมที่เด็กและครูได้สนทนาร่วมกันในช่วงเริ่มต้นกิจกรรมของแต่ละวัน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และได้เปลี่ยนกันเป็นผู้พูดและผู้ฟัง ครูควรส่งเสริมให้เด็กมีมารยาทที่ดีในการพูดและการฟัง หากเด็กคนใดไม่ต้องการพูดก็ไม่ควรถูกบังคับให้พูด เพื่อให้เด็กที่ไม่มั่นใจในตนเองรู้สึกสบายใจที่จะมีส่วนร่วมในการฟังการสนทนา
หัวข้อที่ใช้สนทนาอาจเกี่ยวกับการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และเหตุการณ์พิเศษของแต่ละวัน เช่น วันนี้เราจะทำอะไรกันบ้าง จะมีใครมาที่ห้องเราบ้าง ฯลฯ เป็นข่าวสารจากเด็ก ซึ่งเด็กอาจเล่าเรื่องส่วนตัวของตนเอง หรือเล่าเกี่ยวกับสิ่งของที่ตนนำมา (Show & Tell) เด็กที่ได้เล่าเรื่องจะรู้สึกเสมือนว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่ตนกำลังพูดอยู่ นับว่าเป็นการช่วยขยายประสบการณ์ให้แก่เด็กคนอื่นๆ ด้วย และเมื่อเด็กๆรู้ว่าแต่ละวันเขาสามารถเล่าเรื่องเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนได้ เด็กจะเรียนรู้เกี่ยวกับการเตรียมเรื่องที่จะพูดไว้ล่วงหน้า หรือเป็นหัวข้อที่เด็กสนใจ ซึ่งเด็กๆจะพยายามหาข้อมูลมาให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เด็กๆ อาจหาข้อมูลด้วยการพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ สังเกตหรือทดลองด้วยตนเอง ฯลฯ
        การสนทนาเป็นวิธีการสำคัญและเป็นวิธีการหลักที่ครูจำเป็นต้องใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาของเด็กปฐมวัย เพราะในขณะที่เด็กสนทนากับครู เด็กจะได้ยินแบบอย่างของการใช้ภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม เมื่อเด็กสนทนากันเอง เด็กจะมีโอกาสฟังความคิดเห็นของผู้อื่น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้ยินคำศัพท์ใหม่ๆ ได้ทำความเข้าใจการพูดของเพื่อนจากสิ่งชี้แนะ (McGee and Richgels, 2000: 160) การที่เด็กได้เล่าเรื่องให้เพื่อนฟังทำให้เด็กรับรู้และเข้าใจเรื่องได้ดีขึ้น มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากขึ้น เด็กได้ใช้ภาษาบ่อยขึ้น เด็กจะรู้จักใช้คำถามถามเพื่อน รู้จักการหาข้อมูลไว้ตอบคำถาม เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และยังช่วยพัฒนาการยอมรับในสิ่งที่ผู้อื่นพูดอีกด้วย ระหว่างการสนทนา ครูควรมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในการสนทนา ถ้ามีผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่คนอื่นอยู่ด้วยก็ควรให้บุคคลเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนา ไม่ควรมีบรรยากาศของการตัดสินว่าสิ่งที่เด็กพูดถูกหรือผิดเพื่อส่งเสริมให้เด็กต้องการมีส่วนร่วมในการสนทนาและติดตามหัวข้อที่สนทนาอย่างสม่ำเสมอ

2. การอ่านออกเสียงให้เด็กฟัง (Reading Aloud)
        เป็นกิจกรรมที่ครูเลือกวรรณกรรมสำหรับเด็กที่ดีมาอ่านให้เด็กฟัง ครูควรจัดให้มีช่วงเวลาเฉพาะสำหรับการอ่านออกเสียงให้เด็กฟัง (Story Time) กิจกรรมนี้อาจจะจัดเป็นกิจกรรมกลุ่มย่อยหรือจัดสำหรับเด็กกลุ่มใหญ่ก็ได้ โดยครูเลือกหนังสือที่เด็กสนใจมาอ่านให้เด็กฟัง ครูควรอ่านชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง ผู้วาดภาพประกอบ อ่านเนื้อเรื่องพร้อมกับชี้ข้อความขณะที่อ่าน เปิดโอกาสให้เด็กได้ถามคำถาม หรือสนทนาเกี่ยวกับตัวละคร หรือเรื่องราวในหนังสือ ครูอาจเชิญชวนให้เด็กคาดเดาเหตุการณ์ในเรื่องบ้าง และควรเตรียมข้อมูลที่ช่วยให้เด็กเข้าใจคำยากที่ปรากฎในเรื่อง ถามคำถามที่กระตุ้นให้เด็กคิดวิเคราะห์ และจัดกิจกรรมต่อเนื่องจากเรื่องที่อ่านให้เด็กเลือกทำตามความสนใจ เช่น เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ปรากฎในเรื่องในเด็กได้เล่นสมมุติ เตรียมภาพให้เด็กได้เรียงลำดับเรื่องราว เป็นต้น
        ช่วงเวลาที่ครูอ่านหนังสือให้เด็กฟังนี้ควรเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่น และมีความสุข ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและเด็ก ครูควรอ่านหนังสือให้เด็กฟังทุกวันเพื่อช่วยให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการอ่าน และช่วยให้เด็กมีความรู้เกี่ยวกับการใช้หนังสือ การใช้สิ่งชี้แนะในการคาดคะเนและตรวจสอบการคาดคะเน

3. การให้เด็กเล่าเรื่องซ้ำ (Story Retelling)
        เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจับใจความ เด็กปฐมวัยเรียนรู้การจับใจความด้วยการฟังนิทาน เพราะนิทานมีโครงสร้าง ลีลาในการเขียน และเรื่องราวที่เด็กคุ้นเคย เอื้อให้เด็กสามารถใช้ความรู้เดิมในการจับใจความจากเรื่องที่ฟังและดูภาพประกอบ เมื่อครูเล่านิทานให้เด็กฟังแล้ว ครูต้องถามคำถามเพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดจับใจความสำคัญ ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นแบบอย่างของการคาดคะเน แปลความ ตีความ และตรวจสอบความเข้าใจ แล้วเก็บประเด็นสำคัญในการจับใจความ จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้เด็กเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟัง โดยการเล่าเรื่องอาจเป็นกิจกรรมระหว่างครูกับเด็ก หรือเป็นกิจกรรมระหว่างเด็กกับเด็กด้วยกัน เพื่อให้เด็กเกิดแรงจูงใจในการเรียนและฝึกปฏิบัติในสิ่งที่เรียนรู้ไปแล้ว
        เทคนิคในการสอนเล่านิทานแบบเล่าเรื่องซ้ำ ได้แก่ ก่อนเล่านิทานครูถามคำถามให้เด็กคาดคะเน และเชื่อมโยงประสบการณ์เดิม ขณะเล่านิทาน ครูถามคำถามให้เด็กตีความ ให้คาดคะเน ให้แปลความ และตรวจสอบความเข้าใจ หลังเล่านิทานจบควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ทบทวนเรื่องราวที่ได้ฟัง เช่น การทำแผนผังนิทาน หนังสือนิทาน บอร์ดนิทาน กล่องนิทาน ฉากนิทาน แผ่นพับนิทาน ภาพแขวนต่อเนื่อง การเชิดหุ่น ภาพตัดต่อนิทาน บทบาทสมมติ และกะบะนิทาน ทั้งนี้ ครูควรเสริมแรงอย่างเหมาะสมขณะเด็กเล่าเรื่องซ้ำให้ผู้อื่นฟังด้วย (อลิสา เพ็ชรรัตน์, 2539)

4. การอ่านร่วมกัน (Shared Reading)
        เป็นกิจกรรมที่มีเครื่องมือหลัก หรือสื่อพื้นฐานคือหนังสือเล่มใหญ่ ซึ่งขนาดของตัวหนังสือใหญ่พอที่เด็กที่นั่งอยู่ข้างหลังมองเห็นคำหรือตัวหนังสือในแต่ละหน้า หนังสือเล่มใหญ่ที่เลือกมาใช้ควรเป็นวรรณกรรมเด็กที่เป็นที่คุ้นเคย และเป็นประเภททายได้
        ขั้นตอนของการอ่านร่วมกันเริ่มตั้งแต่การอภิปรายถึงเนื้อเรื่องของหนังสือที่จะอ่าน หรือนำสิ่งของที่สัมพันธ์กับเรื่องมานำเสนอ เพื่อช่วยให้เด็กเริ่มสนใจหนังสือที่จะอ่านและช่วยให้เด็กมีความรู้พื้นฐานในเรื่องที่จะอ่านด้วย อ่านหนังสือให้เด็กฟังทั้งเรื่องเพื่อให้เด็กสนใจ ชี้คำขณะที่อ่านเพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับตัวหนังสือ คำ หรือข้อความเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการอ่าน ให้เด็กสนุกกับส่วนที่ทายล่วงหน้าได้
        เมื่ออ่านร่วมกับเด็กหลายครั้งแล้วครูควรจัดกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ส่วนย่อยของข้อความที่เป็นประโยค วลี หรือคำ โดยการทำหน้ากากปิดตัวหนังสือเพื่อให้เด็กเห็นคำหรือวลีที่ต้องการเน้นให้ชัดขึ้นและให้เด็กที่เป็นอาสาสมัครอ่าน นอกจากทำหน้ากากแล้วครูอาจใช้กิจกรรมการเติมคำที่เจาะจงที่หายไป (Cloze) กิจกรรมนี้จะชวยให้เด็กเข้าใจได้ว่าข้อความหรือคำไม่ใช่รูปภาพ และเรียนรู้ว่าตัวหนังสือจะมีทิศทาง ซึ่งการเติมคำที่หายไปนี้อาจเป็นประเภททางเสียงและประเภททางตา หรือครูอาจใช้กิจกรรมการเน้นที่คำสำคัญด้วยการทำบัตรคำสำคัญไว้ให้เด็กนำไปเทียบกับคำในหนังสือตามความสนใจ หรืออาจทำบัตรภาพจากในหนังสือให้เด็กจับคู่ภาพกับเนื้อความในหนังสือก็ได้ (จูดิธ พอลลาด สลอทเธอร์, 2543)
        หลังจากที่ได้อ่านร่วมกันแล้ว ครูควรจัดกิจกรรมการสื่อภาษาและกิจกรรมการเล่นเกมภาษา เพื่อให้เด็กได้สื่อความหมายสิ่งที่ได้อ่าน กิจกรรมการสื่อภาษา ได้แก่ การทำหนังสือนิทาน การแสดงละคร การเล่าเรื่องซ้ำ การทำงานศิลปะ การทำภาพผนัง ฯลฯ โดยใช้หนังสือเล่มใหญ่เป็นสื่อ ส่วนกิจกรรมการเล่นเกมภาษา ได้แก่ เกมหาคำที่เหมือนกันในนิทาน เกมหาชื่อตัวละคร เกมพูดตามเครื่องหมายวรรคตอน เกมลำดับภาพและข้อความจากเรื่อง เป็นต้น (สุภัทรา คงเรือง, 2539)

5. การสอนอ่านแบบชี้แนะ (Guided Reading)
        เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กมีความรู้พื้นฐาน ในด้านการอ่านอย่างเหมาะสมกับระดับความสามารถของเด็ก เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างครูกับเด็กเป็นรายบุคคลหรือทำงานกับเด็กเป็นกลุ่มย่อย 4 - 8 คน (Stewig and Simpson, 1995)
        ครูควรเลือกหนังสือที่มีระดับความยากเหมาะสมกับกลุ่มเด็ก โดยพิจารณาจากความซับซ้อนของเรื่องและภาษาที่ใช้ในนิทาน ลักษณะของประโยคที่เล่าเรื่อง และภาพประกอบ ที่ช่วยให้เด็กคาดเดาเรื่องและคำได้มาใช้ในการอ่านร่วมกับเด็ก กิจกรรมนี้มีเงื่อนไขสำคัญที่กลุ่มเด็กและครูต้องมีหนังสือที่ครูเลือกไว้ทุกคน เมื่อครูประเมินว่าเด็กต้องได้รับการเพิ่มพูนความรู้พื้นฐานเรื่องใด ครูจะตั้งวัตถุประสงค์ในเรื่องนั้น เพื่อนำมาสอดแทรกในการอ่านร่วมกับกลุ่มเด็ก
        ความรู้พื้นฐานในการอ่านของเด็ก เช่น ส่วนประกอบของหนังสือ การใช้หนังสือ การคาดเดาเรื่องราวจากภาพหรือโครงสร้างของประโยค การเชื่อมโยงเรื่องราวกับประสบการณ์เดิมของเด็ก การรู้จักคำใหม่ การเล่นกับเสียงของตัวอักษรหรือพยัญชนะต้นของคำ การคาดเดาคำใหม่จากภาพ และตัวอักษร ฯลฯ (Neuman and Bredekamp, 2000) ทั้งนี้ครูต้องกำหนดช่วงเวลาเฉพาะในการสอนอ่านแบบชี้แนะ ซึ่งในแต่ละสัปดาห์เด็กควรมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง สิ่งสำคัญในการสอนอ่านแบบชี้แนะคือ การที่ครูสอนทักษะย่อย ๆ นี้จะต้องไม่ทำมากเกินไปจนเสียอรรถรสของเรื่องที่อ่านด้วยกัน

6. การอ่านอิสระ (Independent Reading)
        เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเลือกอ่านตามความสนใจ สื่อที่ใช้ในการอ่านอาจเป็นหนังสือประเภทต่างๆ คำคล้องจอง เนื้อเพลง หรือสื่อต่างๆ เช่น ป้ายข้อตกลงต่างๆ ในห้องเรียน ป้ายประกาศเตือนความจำ คำแนะนำในการใช้และเก็บของเล่น คำขวัญ คำคล้องจองประจำมุม ป้ายสำรวจชื่อเด็กที่มาโรงเรียน ป้ายแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ป้ายอวยพรวันเกิด รายการอาหารและของว่างประจำวัน ปฏิทิน รายงานอากาศประจำวัน และป้ายอวยพรวันเกิดเพื่อน เป็นต้น
        ครูควรจัดให้เด็กมีเวลาเลือกอ่านอย่างอิสระตามความสนใจ และอาจจัดทำบันทึกการอ่านของเด็ก โดยการให้เด็กเล่าหรือพูดคุยเรื่องที่อ่านให้ครูหรือเพื่อนฟัง ครูช่วยบันทึกสิ่งที่เด็กอ่าน หรืออาจให้เด็กจดชื่อหนังสือที่ตนอ่านลงในสมุดบันทึก

7. การอ่านตามลำพัง (Sustained Silent Reading - SSR)
        วิธีการส่งเสริมการอ่านที่ดี คือการให้เด็กมีโอกาสในการอ่านจริงๆ ครูควรจัดให้มีช่วงเวลาเฉพาะที่เด็กทุกคนรวมทั้งครูเลือกหนังสือมาอ่านตามลำพัง ช่วงเวลานี้เด็กจะได้เลือกหนังสือที่ตนชื่นชอบหรือสนใจมาอ่าน แม้ว่าชื่อของกิจกรรมจะเป็นการอ่านเงียบๆ โดยไม่รบกวนผู้อื่น แต่ในทางปฏิบัติเด็กอาจพูดออกเสียงพึมพำระหว่างการอ่านบ้าง ครูไม่ควรบังคับให้ทุกคนเงียบสนิทระหว่างการอ่าน กิจกรรมนี้อาจใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีต่อวัน ควรเป็นเวลาที่เด็กมีอิสระในการเลือกอ่านโดยครูไม่ต้องมอบหมายงานต่อเนื่องจากการอ่านให้เด็กทำ (Stewig and Simpson, 1995: 216)

8. การเขียนร่วมกัน (Shared Writing)
        เป็นกิจกรรมที่ครูเขียนร่วมกับเด็กโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กใช้กระบวนการเขียนตั้งแต่การการตัดสินใจแสดงความคิดที่ประมวลไว้ออกมาเป็นภาษาเขียนให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยการสร้างตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ สื่อความหมายที่ครอบคลุมความหมายที่ต้องการสื่อ โดยจัดเรียงตำแหน่งสิ่งที่เขียนจากซ้ายไปขวา และบนลงล่าง การเขียนร่วมกันทำให้เด็กรู้ว่าความคิดสามารถบันทึกไว้ด้วยข้อความได้ และทำให้เด็กเกิดทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการเขียน
        ในการเขียนร่วมกัน ครูอาจเริ่มต้นด้วยการเชิญชวนให้เด็กสนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เด็กริเริ่มและสัมพันธ์กับประสบการณ์จริงของเด็ก ครูแสดงแบบอย่างของการตัดสินใจถ่ายทอดความคิดเป็นข้อความหรือสัญลักษณ์โดยการกระตุ้นให้เด็กช่วยกันบอกสิ่งที่ต้องการสื่อความหมาย แล้วให้เด็กช่วยกันสรุปข้อความที่เด็กช่วยกันบอกให้กระทัดรัด เหมาะที่จะเขียน เพื่อให้เด็กจำข้อความนั้นได้ก่อนลงมือเขียน ให้ครูเป็นคนเขียนข้อความเอง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการวิจารณ์เด็กที่เขียนผิดต่อหน้าเพื่อนและครู จนเด็กที่เขียนเสียกำลังใจ และไม่กล้าเขียนอีก ระหว่างที่เขียนควรหมั่นถามให้เด็กติดตามบอกให้ครูเขียน ควรเขียนให้เด็กเห็นลีลามือที่ถูกต้อง เขียนตัวหนังสือขนาดใหญ่พอที่เด็กจะเห็นทิศทางการเขียนที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ลายมือที่ครูเขียนมีส่วนสำคัญในการเป็นแบบอย่างให้แก่เด็ก ครูจึงควรระวังเรื่องลายมือและลีลามือที่ถูกต้องสวยงาม เมื่อเขียนเสร็จแล้วจึงอ่านทวนให้เด็กฟัง อาจให้เด็กอ่านทวนอีกครั้ง และให้เด็กวาดภาพประกอบ (ภาวิณี แสนทวีสุข, 2538)
        ตัวอย่างกิจกรรมการเขียนร่วมกัน ได้แก่ กิจกรรมสำรวจเด็กมาโรงเรียน ซึ่งให้เด็กได้ลงชื่อมาโรงเรียนตามความสมัครใจ จากนั้นเมื่อถึงเวลาสำรวจรายชื่อเด็กและครูสามารถนำใบลงชื่อนี้มาใช้เขียนร่วมกันว่ามีเด็กมาโรงเรียนจำนวนเท่าไร หรือใครไม่มาโรงเรียนบ้าง กิจกรรมประกาศข่าว โดยการเปิดโอกาสให้เด็กหรือครูแจ้งข่าวสารที่ต้องการให้ทุกคนรับรู้ เมื่อครูเขียนตามที่เด็กบอกแล้วสามารถนำข้อความดังกล่าวมาติดประกาศ เป็นต้น

9. การเขียนอิสระ (Independent Writing)
        เป็นกิจกรรมที่ที่เด็กริเริ่มเนื้อหาที่ต้องการสื่อความหมายอย่างอิสระในช่วงเวลาของกิจกรรมสร้างสรรค์และเล่นตามมุม เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเขียนเพื่อสื่อความหมายตามความสนใจและความสมัครใจ เด็กเป็นผู้เลือกเนื้อหาในการทำกิจกรรม เช่น การเขียนถ่ายทอดความคิดที่ผลงานศิลปะและผลงานการต่อบล็อก การบันทึกชื่อนิทานที่อ่าน การเขียนเพื่อทำอุปกรณ์ประกอบการเล่นสมมุติ เช่น ใบสั่งยา เมนู ฯลฯ การบันทึกการสังเกตในมุมวิทยาศาสตร์
        ครูอาจเตรียมกิจกรรมให้เด็กได้เขียนอย่างมีความหมายโดยสัมพันธ์กับหน่วยการเรียน โดยใช้เนื้อหาจากหน่วยการเรียนมาบูรณาการกับการเขียนอิสระตามมุมประสบการณ์ให้เด็กได้เลือกทำ เช่น การพิมพ์ภาพมือและเท้าที่มุมศิลปะในหน่วยตัวเรา การทำเมนูอาหารที่มุมร้านอาหารในหน่วยอาหารดีมีประโยชน์ เป็นต้น (ภาวิณี แสนทวีสุข, 2538)

สรุป 
         การสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก ครูควรจัดสื่อ บรรยากาศและกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของเด็กเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามวัย เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติบูรณาการการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้กับเด็กเป็นประจำสม่ำเสมอและให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น

อ้างอิง

https://goo.gl/Jhl9An

2. ยกตัวอย่างประกอบด้วยการเลือกใช้กิจกรรมต่าง ๆ อย่างน้อย 2 กิจกรรม
 
กิจกรรมที่ 1
                 
กิจกรรมการเลือกคำศัพท์ในหมวดต่างๆที่เด็กควรรู้แล้วมาจัดทำสื่อให้น่าสนใจยิ่งขึ้นโดยวาดรูปให้สวยงามเด็กๆจะสนใจรูปภาพและรู้คำศัพท์นั้นไปพร้อมๆกัน


กิจกรรมที่ 2

    กิจกรรมนี้จำลองของจริงขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพแบบสามมิติมากขึ้นกระตุ้นความสนใจของเด็กให้สนใจที่จะเรียนรู้ภาพและคำศัพท์ที่อยู่ภายในบ้านและเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวอย่างมากและสามารถนำสื่อชิ้นนี้ไปประยุกต์เป็นการเล่านิทานส่งเสริมจินตนาการที่สำคัญให้กับเด็กได้ด้วย

4th assignment แฟ้มสะสมงานที่ทำแต่ละสัปดาห์

ให้นักศึกษาสะสมงานที่ทำแต่ละสัปดาห์  สัปดาห์ที่ 1 1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ    จากการที่เริ่มเรียนในสัปดาห์แรกนั้นได้มี...